บทที่ 13 มาเป็นคนของข้า

กงเพ่ยจิ้นเม้มปากแน่น การพูดคุยครั้งนี้นับว่ามู่ลี่ม่านแตกต่างไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด นางไม่เคยเอ่ยพูดเรื่องที่จะทวงสิ่งที่เป็นของนางหรือสินเดิมของมารดานางเลยสักครั้ง ดูเหมือนว่านางไม่ต้องการจะเอ่ยถึงตระกูลตู้หรือตระกูลเกาเสียด้วยซ้ำ

“ข้าไม่รู้จะช่วยเจ้าได้อย่างไร แต่ในเมื่อเจ้าคิดจะทำแล้ว ข้ากับลูกจะอยู่ข้างเจ้าเอง”

ม่านม่านเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างพิจารณา กงเพ่ยจิ้นในสายตาของนางก็ดูไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่คนไม่ใช่อย่างไรก็คงไม่ใช่ ในเมื่อเจ้าของร่างคิดกับเขาเช่นพี่ชายมาโดยตลอด เมื่อตกลงไปในแผนการร้ายนางย่อมเจ็บปวด และพาลมาโกรธแค้นเขาไปด้วย

“ท่านได้ช่วยข้าแน่” ม่านม่านพันผ้าเสร็จก็ตบที่บ่าเขาเบาๆ “รีบรักษาตัวให้หายเร็วๆ เรื่องสนุกยังรออยู่อีกมาก” นางกล่าวจบก็เดินออกจากห้องไปกินอาหารกับเด็กแฝดทั้งสองต่อ

อาหยุนหลังจากช่วยม่านม่านเก็บจานไปล้างแล้ว เขาดูเหมือนอยากจะเอ่ยถามสิ่งใดจากนาง แต่ปากที่อ้าออกก็หุบลงอยู่หลายครั้ง

“จะถามสิ่งใดรีบพูดออกมา” นางมองอาหยุนอย่างรำคาญ

“เจ้าเก็บอาหารไว้ที่ใด ข้าไม่เคยเห็นข้าวสาร เนื้อสัตว์หรือผักป่าในครัวของเจ้าเลย อีกอย่างฟืนที่ข้าเก็บมาให้ เหตุใดไม่เห็นเจ้าเคยใช้เลยเล่า” เขาชี้มือไปที่กองฟืนที่อยู่ข้างเตาไฟ ที่ดูอย่างไรก็อยู่เท่าเดิมไม่ลดลงไปเลย

“อ้อ...เจ้าหาเลี้ยงชีพโดยเป็นเพียงแค่นายพรานอย่างเดียวหรือ”

“ห๊า!!!” อาหยุนตกตะลึงไปเล็กน้อย เขาถามนางไปตั้งหลายคำแต่นางไม่คิดจะตอบกลับเลยสักนิด ยังจะถามเขากลับอีก “ข้าทำนา หากเว้นจากทำนาข้าก็เข้าป่าล่าสัตว์ ว่าแต่...เจ้าถามข้าเพื่ออันใด”

“ข้าก็มีงานให้เจ้าทำอย่างไรเล่า เงินดีกว่าที่เจ้าเข้าป่าล่าสัตว์อีก สนใจหรือไม่”

อาหยุนมองนางอย่างหวาดระแวง “งานอะไร” ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ มิเช่นนั้นมันจะได้เงินง่ายๆ ได้อย่างไร

“มาเป็นคนของข้า จัดการเรื่องงานต่างๆ ให้ข้า ข้าจะให้เจ้าเดือนละห้าสิบตำลึงเงิน เจ้ากลับไปคิดก่อนก็ได้ ค่อยให้คำตอบข้า” นางเดินออกจากห้องครัวกลับเข้าไปในเรือน โดยไม่คิดจะรอฟังคำตอบจากอาหยุนในตอนนี้

อาหยุนมีภรรยาและลูกแล้ว เขาต้องสอบถามความเห็นจากคนในครอบครัวเสียก่อน แต่อย่างว่าเงินห้าสิบตำลึงเงินตลอดทั้งปียังไม่รู้จะหาได้หรือไม่ แต่ม่านม่านนางคิดจะให้เขาทุกเดือน มันช่างยั่วยวนเหลือเกิน

อาหยุนเดินอย่างไร้สติเข้ามาในห้องของกงเพ่ยจิ้น จนเขาต้องร้องเรียกอยู่หลายหนกว่าที่อาหยุนจะได้ยิน

“พี่จิ้น ท่านเรียกข้าหรือ ต้องการสิ่งใด หรือท่านปวดเบา ประเดี๋ยวข้าจะไปหยิบกระโถนมาให้”

“ไม่ใช่ เจ้าเป็นอันใด ข้าเรียกเจ้าหลายหนแล้ว”

“อ้อ...พี่จิ้น” อาหยุนพุ่งตัวไปนั่งข้างกงเพ่ยจิ้น แล้วเล่าสิ่งที่ม่านม่านพูดกับเขาที่ห้องครัวออกมาทั้งหมดโดยไม่มีตกหล่นสักครึ่งคำ “ท่านมีความเห็นเช่นใด พี่สะใภ้ต้องการให้ข้าไปทำสิ่งใดให้นาง”

“ข้าเองก็ไม่รู้ มันอยู่ที่เจ้าว่าอยากทำหรือไม่ แต่อาม่านคงไม่ให้เจ้าไปทำเรื่องเสี่ยงอันตราย” ความจริงสิ่งที่เขาพูดก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ด้วยตอนนี้นางเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

ใช่แล้ว!!! วันนี้ตอนที่นางไม่อยู่เขาหลอกถามเรื่องราวจากปากของบุตรชายทั้งสอง กงหนิงเจี้ยนปิดปากเงียบไม่ยอมพูดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทั้งยังเตือนสติน้องชายอยู่หลายหน เมื่อกงหนิงอวี่จะพูดเล่าเรื่องตื่นเต้นให้ผู้เป็นบิดาฟัง เขาแทบจะหลอกถามสิ่งใดจากบุตรชายทั้งสองไม่ได้เลย

จึงได้แต่ถามความเป็นอยู่ของพวกเขาที่ใช้ชีวิตร่วมกับนางในตอนที่เขาไม่อยู่ ถึงได้รู้ว่า มู่ลี่ม่านหมดสติไปหนึ่งวันเต็มๆ เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งนางก็แทบไม่เหมือนคนเดิม ทั้งยังดูแลทำอาหารให้เด็กทั้งสองกิน อาบน้ำให้พวกเขา ให้ใช้เครื่องอาบน้ำกลิ่นหอมที่เพิ่งเคยได้ใช้เป็นครั้ง แถมยังปกป้องพวกเขาจากต้าเปียวอีกด้วย (จะเรียกว่าปกป้องก็ไม่ถูกนัก ในเมื่อม่านม่านนางเพียงแค่ปรากฏตัวและว่าต้าเปียวว่าตัวเหม็น)

อาหยุนพยักหน้าราวกับไก่จิก เขาไม่เชื่อคำพูดของม่านม่าน แต่พอเป็นกงเพ่ยจิ้นเขาย่อมเชื่ออย่างหมดใจ

ม่านม่านที่กำลังถูกบุรุษทั้งสองพูดถึง ยามนี้นางพาเด็กแฝดอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งนั่งกินนม กินขนมดูการ์ตูนที่สัญญาเอาไว้ว่าให้ดูสองตอนก่อนจะพากันเข้านอน

วันต่อมาอาหยุนดูแลกงเพ่ยจิ้นให้กินข้าวกินยาเรียบร้อยแล้วก็ขอตัวกลับไปที่เรือนของเขา

“จำเอาไว้ เจ้าบอกครอบครัวของเจ้าได้ว่าจะมาทำงานให้ข้า แต่ไม่อาจบอกผู้ใดได้ หากมีผู้อื่นรู้นอกจากครอบครัวของเจ้า ข้าจะเลิกจ้างเจ้าทันที แล้วจะหาคนอื่นมาทำแทน” นางเตือนเขาก่อนที่จะออกจากเรือนไป

“ได้ ได้พี่สะใภ้ ข้าจะกำชับภรรยา และท่านพ่อ ท่านแม่ให้ดีขอรับ” เงินห้าสิบตำลึงเงินต่อเดือนเขาจะยอมให้ผู้อื่นได้งานนี้แทนเขาได้อย่างไร

หลังจากที่อาหยุนกลับไปแล้ว ม่านม่านนางก็เข้าไปในห้องของกงเพ่ยจิ้น เพื่อขอยืมกระดาษ พู่กัน

“ข้าขอยืมกระดาษ พู่กันหน่อย พรุ่งนี้เข้าเมืองข้าจะซื้อมาคืน”

“ไม่ต้องซื้อคืน เดิมข้าก็ไม่ค่อยได้เขียนสิ่งใดอยู่แล้ว อยู่ภายในหีบ เจ้าเปิดเองได้เลย” เขาชี้มือไปที่หีบไม้ที่อยู่ข้างผนังห้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป